สิ่งที่เราไม่ควรละเลยกับการใช้รถ

266 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สิ่งที่เราไม่ควรละเลยกับการใช้รถ

 

       การใช้รถยนต์ให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงหลายๆ ปัจจัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุหรือการเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวรถและผู้ขับขี่ นี่คือสิ่งที่ไม่ควรละเลยในการใช้รถยนต์

1. การตรวจเช็คและบำรุงรักษารถยนต์
       การดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อให้รถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของรถยนต์
  • การตรวจเช็คเครื่องยนต์ : ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด
  • ตรวจเช็คระบบหล่อเย็น : ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นและสภาพของระบบหล่อเย็นอย่างสม่ำเสมอการตรวจสอบ
  • แบตเตอรี่ : ตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกิดปัญหาในระหว่างการเดินทาง
  • ระบบเบรก : ตรวจสอบสภาพของจานเบรกและผ้าเบรก เพื่อความปลอดภัย
  • ยางรถยนต์ : ตรวจสอบความดันลมยางและสภาพยางว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่ เนื่องจากยางเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รถเกาะถนนได้ดี
  • การเปลี่ยนกรองอากาศ : กรองอากาศที่สกปรกอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของเครื่องยนต์

 


2. การขับขี่อย่างปลอดภัย
       การขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัยช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ

  • การตั้งสติและไม่ประมาท : ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ขณะง่วงหรือเครียด
  • การควบคุมความเร็ว : ปฏิบัติตามข้อบังคับเรื่องความเร็ว และลดความเร็วในสภาพถนนที่ไม่ดีหรือมีฝนตก
  • การใช้เข็มขัดนิรภัย : ไม่ว่าขับรถใกล้หรือไกล ควรติดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง
  • การใช้อุปกรณ์เสริม : เช่น ถุงลมนิรภัยและระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ หากมีในรถ
  • การรักษาระยะห่าง : ให้ความสำคัญกับระยะห่างระหว่างรถคันหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุจากการเบรกฉุกเฉิน

 


3. การเติมน้ำมันและเชื้อเพลิง

  • เลือกน้ำมันที่เหมาะสมกับรถ : การเลือกน้ำมันที่ตรงตามข้อกำหนดของผู้ผลิตจะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ดีที่สุด
  • เติมน้ำมันให้พอเพียง : ควรเติมน้ำมันไม่ให้เหลือน้อยเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเครื่องยนต์หยุดทำงานระหว่างการขับขี่

 


4. การดูแลระบบไฟฟ้าในรถยนต์

  • ตรวจสอบไฟส่องสว่าง : ตรวจสอบการทำงานของไฟหน้า ไฟท้าย และไฟสัญญาณต่างๆ เช่น ไฟเลี้ยว และไฟเบรก เพื่อความปลอดภัย
  • ตรวจเช็คระบบเสียง : ตรวจสอบเสียงเตือนต่างๆ ในรถ เช่น ระบบเซ็นเซอร์ การแจ้งเตือนปัญหาเครื่องยนต์ หรือปัญหาส่วนอื่นๆ

 


5. การรักษาสภาพภายในและภายนอกของรถ

  • ทำความสะอาดภายในและภายนอก : การทำความสะอาดเป็นการดูแลรักษารถให้ดูใหม่และลดการสึกหรอที่อาจเกิดจากคราบสกปรก
  • ดูแลสภาพสีรถ : ล้างรถให้สะอาดและเคลือบสีเพื่อป้องกันสีรถจากการซีดจางและรอยขีดข่วน
  • รักษาสภาพของกระจก : ตรวจสอบให้กระจกไม่แตกหรือร้าว รวมถึงระบบทำความสะอาดกระจกและที่ปัดน้ำฝนที่ทำงานได้ดี

 


6. การใช้เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่

  • ระบบนำทาง GPS : ใช้ระบบ GPS เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการจราจรติดขัดหรือปิดถนน
  • แอปพลิเคชันตรวจสอบสภาพการจราจร : ใช้แอปฯ ที่สามารถช่วยให้คุณเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดตามสภาพการจราจร

 


7. การจัดเก็บและรักษาเอกสาร

  • เอกสารการขับขี่ : ควรมีเอกสารที่สำคัญ เช่น ใบขับขี่ และประกันภัยรถยนต์ติดไว้ในรถเสมอ
  • ประกันภัยรถยนต์ : ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ทำประกันภัยรถยนต์และรู้ข้อมูลของกรมธรรม์เพื่อใช้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

 


8. การเตรียมความพร้อมในกรณีฉุกเฉิน

  • ชุดเครื่องมือฉุกเฉิน : ควรมีชุดเครื่องมือที่สามารถใช้ในกรณีที่รถมีปัญหา เช่น เครื่องมือซ่อมแซมเบื้องต้น, สายพ่วงแบตเตอรี่, ไฟฉาย, และเสื้อกั๊กสะท้อนแสง
  • ความรู้เบื้องต้นในการซ่อมแซม : มีความรู้พื้นฐานในการจัดการกับปัญหาพื้นฐาน เช่น การเปลี่ยนยาง หรือการจับอลูมิเนียมเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

 


9. การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

  • การขับขี่อย่างประหยัดน้ำมัน : ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ให้ประหยัดน้ำมัน เช่น การขับรถในเกียร์ที่เหมาะสม และการหยุดรถในสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อลดการใช้น้ำมัน
  • การตรวจเช็คมลพิษ : ควรตรวจสอบค่าการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สรุป
       การใช้รถยนต์อย่างปลอดภัยและยั่งยืนไม่เพียงแต่ช่วยยืดอายุการใช้งานของรถ ยังเป็นการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น การบำรุงรักษารถอย่างสม่ำเสมอและการขับขี่อย่างมีสติและระมัดระวังจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  

โทรหาศูนย์บริการลูกค้า ธีร์ ทำดีแคร์  096-192-9698

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้