ข้อควรระวังในการขับรถตอนฝนตกหนัก

141 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ข้อควรระวังในการขับรถตอนฝนตกหนัก

 

       การขับรถในขณะฝนตกหนักเป็นสถานการณ์ที่อาจมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากทัศนวิสัยจำกัดและถนนที่เปียกลื่น ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น ดังนั้น การขับขี่ในสภาพอากาศเช่นนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ต่อไปนี้คือข้อควรระวังในการขับรถในขณะฝนตกหนักที่สามารถนำไปใช้ได้


1. ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อม
  • ยางรถยนต์ : ควรตรวจสอบให้ยางมีดอกยางที่เหมาะสมกับการขับขี่ในสภาพถนนเปียก ควรเปลี่ยนยางเมื่อดอกยางเหลือความลึกต่ำกว่าที่แนะนำ
  • ระบบเบรก : ตรวจสอบให้ระบบเบรกทำงานได้เต็มที่ เพราะการเบรกในสภาพถนนลื่นอาจต้องใช้ระยะทางยาวกว่าปกติ
  • ที่ปัดน้ำฝน : ตรวจสอบให้ที่ปัดน้ำฝนทำงานได้ดีและไม่หลุดหรือเสื่อมสภาพ การใช้ที่ปัดน้ำฝนที่มีคุณภาพจะช่วยให้ทัศนวิสัยชัดเจนขึ้นในขณะฝนตกหนัก
  • ไฟหน้าและไฟท้าย : เปิดไฟหน้าตลอดเวลาเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยของตัวเองและช่วยให้คนอื่นเห็นรถของคุณ

2. ลดความเร็ว
  • ความเร็วต่ำ : ควรลดความเร็วลงจากที่ปกติ เนื่องจากถนนอาจลื่นและการเบรกจะไม่ทันทีถ้าขับเร็วเกินไป
  • ระยะห่างระหว่างรถ : ควรเพิ่มระยะห่างระหว่างรถให้มากขึ้น เพราะในสภาพถนนเปียก อาจทำให้การเบรกหรือการหลบหลีกมีความล่าช้า



3. ขับขี่อย่างระมัดระวัง

  • หลีกเลี่ยงการขับขี่เร็วในน้ำท่วมขัง : หากถนนมีน้ำท่วมขัง ควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านน้ำขังลึก เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายหรือรถลื่นไถล
  • ระมัดระวังน้ำท่วมในจุดต่างๆ : บางครั้งน้ำท่วมไม่สามารถเห็นได้ทันที ควรลดความเร็วเมื่อขับผ่านพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม
  • หลีกเลี่ยงการขับขี่ในเส้นทางที่มีน้ำเจิ่งนอง : เมื่อมีฝนตกหนัก ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำเจิ่งนองหรือมีร่องรอยน้ำขัง เพราะอาจทำให้รถไถลหรือสูญเสียการควบคุม

4. ตรวจสอบทัศนวิสัย
  • การใช้งานที่ปัดน้ำฝน : ควรเปิดที่ปัดน้ำฝนตลอดเวลา เพื่อให้กระจกใสและมองเห็นได้ชัดเจน
  • ระวังหมอก : ในช่วงที่ฝนตกหนักและอากาศเย็น การเกิดหมอกอาจทำให้ทัศนวิสัยยิ่งแย่ลง ควรเปิดไฟหน้าต่ำและขับขี่อย่างระมัดระวัง
  • ไม่ใช้ไฟสูง : ในขณะขับในฝนตกหนักหรือหมอก อย่าเปิดไฟสูง เพราะจะทำให้แสงสะท้อนจากน้ำฝนและหมอกทำให้มองไม่เห็นทาง



5. หลีกเลี่ยงการขับขี่ในถนนที่มีน้ำท่วมสูง

  • ตรวจสอบระดับน้ำ : หากน้ำท่วมถึงระดับที่สูงเกินไป ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ผ่านไป หากไม่สามารถหันกลับได้ ควรหยุดรอจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัย
  • ควรคาดการณ์เส้นทาง : หากฝนตกหนักในพื้นที่ที่คุณขับขี่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมในเส้นทางต่างๆ ดังนั้นการเช็กสภาพอากาศและเส้นทางก่อนออกเดินทางเป็นสิ่งสำคัญ

6. ระวังลมแรงและฟ้าผ่า
  • ลมแรง : ฝนตกหนักมักมาพร้อมกับลมแรง ซึ่งอาจทำให้การควบคุมรถเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะในกรณีที่มีต้นไม้หรือสิ่งของอื่นๆ ตกลงมา
  • ฟ้าผ่า : หากมีฟ้าผ่า ควรหยุดรถในที่ปลอดภัยและไม่ขับขี่ต่อไป จนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้น



7. ไม่ขับขี่ในขณะน้ำท่วมสูง

  • อันตรายจากน้ำท่วม : หากคุณขับขี่ผ่านพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูงอาจทำให้รถสูญเสียการควบคุมได้ ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ในกรณีที่น้ำท่วมสูง

8. หากเกิดอุบัติเหตุ
  • ยืดหยุ่นและคอยให้ความช่วยเหลือ : หากเกิดอุบัติเหตุในขณะฝนตกหนัก ควรรีบแจ้งเหตุให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบและคอยช่วยเหลือกัน
  • จอดรถในที่ปลอดภัย : หากต้องจอดรถในขณะฝนตก ควรหาที่จอดรถในจุดที่ไม่ทำให้การจราจรติดขัดและต้องคอยระมัดระวังการชนจากรถคันอื่น



สรุป
       การขับรถในขณะฝนตกหนักต้องระมัดระวังและทำตามคำแนะนำที่กล่าวถึงข้างต้น โดยการตรวจสอบสภาพรถให้พร้อม ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ลดความเร็ว เพิ่มระยะห่างระหว่างรถ และตรวจสอบทัศนวิสัยให้ชัดเจน การขับขี่ในสภาพอากาศเช่นนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้น

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  

โทรหาศูนย์บริการลูกค้า ธีร์ ทำดีแคร์  096-192-9698

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้