ต่อภาษีรถยนต์ทำไม? เรื่องเล็กที่สำคัญมาก!

704 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ต่อภาษีรถยนต์ทำไม? เรื่องเล็กที่สำคัญมาก!

การต่อภาษีรถยนต์ในประเทศไทยเป็นข้อกำหนดตามกฎหมายที่เจ้าของรถทุกคนต้องปฏิบัติ หากคุณไม่ได้ต่อภาษีรถยนต์ตามกำหนดเวลา จะมีผลกระทบและข้อกฎหมายที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด

1. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ระบุว่าเจ้าของรถที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก จะต้องชำระภาษีรถยนต์เป็นรายปี (ภาษีรถยนต์รายปี) และไม่สามารถใช้งานรถยนต์บนถนนได้หากไม่ได้ต่อภาษีตามกำหนด

 

2. ผลกระทบหากขาดการต่อภาษีรถยนต์

2.1 ค่าปรับและดอกเบี้ย

  • หากคุณไม่ต่อภาษีรถยนต์ภายในกำหนดเวลา (ปกติคือภายในวันที่ครบกำหนดชำระในแต่ละปี) จะมีค่าปรับเพิ่มขึ้น 1% ต่อเดือน จากจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
  • หากขาดชำระเป็นเวลานาน ค่าปรับและดอกเบี้ยอาจเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

2.2 รถยนต์ถูกระงับทะเบียน

  • หากขาดการต่อภาษีติดต่อกัน 3 ปี ทะเบียนรถยนต์จะถูก ระงับโดยอัตโนมัติ
  • การคืนทะเบียนจะต้องดำเนินการใหม่ทั้งหมด (รวมถึงการตรวจสภาพรถ) ซึ่งเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

2.3 การใช้งานรถยนต์บนถนน

  • หากคุณขับรถที่ไม่ได้ต่อภาษีและถูกตำรวจตรวจพบ คุณอาจถูกปรับตามกฎหมาย
  • รถยนต์ที่ไม่ได้ต่อภาษีและขาดการตรวจสภาพ (ในกรณีรถยนต์อายุเกิน 7 ปี) จะถือว่าเป็นการใช้งานรถผิดกฎหมาย

2.4 การประกันภัย พ.ร.บ. ขาดความคุ้มครอง

  • การต่อภาษีรถยนต์ต้องทำควบคู่กับการต่อประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) หากภาษีรถยนต์หมดอายุ แสดงว่าพ.ร.บ.ของคุณก็จะหมดอายุไปด้วย ส่งผลให้ไม่มีความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุ

3. ขั้นตอนในการแก้ไขหากขาดต่อภาษี

3.1 ตรวจสอบระยะเวลาที่ขาดต่อภาษี

  • คำนวณระยะเวลาที่ขาดต่อภาษีและค่าปรับที่จะต้องจ่าย
  • สามารถตรวจสอบได้ที่สำนักงานขนส่ง หรือเว็บไซต์/แอปพลิเคชันของกรมการขนส่งทางบก

3.2 ดำเนินการต่อภาษีย้อนหลัง

1 ชำระค่าภาษีและค่าปรับ

  • เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น เล่มทะเบียนรถ, ใบเสร็จเดิม, และพ.ร.บ.
  • ชำระค่าภาษีรวมค่าปรับตามระยะเวลาที่ขาดต่อ

2 ตรวจสภาพรถยนต์ (ในกรณีที่ขาดการตรวจสภาพรถตามเกณฑ์)

  • หากรถยนต์มีอายุเกิน 7 ปี (รถจักรยานยนต์ 5 ปี) ต้องผ่านการตรวจสภาพรถที่สถานตรวจสภาพ (ตรอ.) ก่อน

3.3 การคืนทะเบียน (กรณีถูกระงับ)

  • หากทะเบียนถูกระงับเพราะขาดต่อภาษีเกิน 3 ปี คุณต้องยื่นคำร้องขอคืนทะเบียนใหม่ และอาจต้องจดทะเบียนรถใหม่พร้อมชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมด

4. วิธีป้องกันไม่ให้ขาดต่อภาษีในอนาคต

  • ต่อภาษีล่วงหน้า: คุณสามารถต่อภาษีล่วงหน้าได้ 90 วันก่อนถึงกำหนดชำระ
  • ตั้งเตือนวันครบกำหนด: ใช้แอปพลิเคชันหรือปฏิทินช่วยแจ้งเตือนวันหมดอายุ
  • ใช้บริการออนไลน์: ปัจจุบันสามารถต่อภาษีผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ e-Service ของกรมการขนส่งทางบก หรือแอปพลิเคชัน “DLT Smart Queue”
  • ต่อพร้อมพ.ร.บ.: จัดการต่อประกัน พ.ร.บ. และภาษีพร้อมกันเพื่อลดโอกาสลืม

5. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

  • ค่าภาษีรถยนต์ (ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของรถ)
  • ค่าปรับล่าช้า (1% ต่อเดือน)
  • ค่าตรวจสภาพรถ (หากจำเป็น)
  • ค่าธรรมเนียมการคืนทะเบียน (กรณีถูกระงับ)

 

 

ความสำคัญของภาษีรถยนต์และเหตุผลที่ต้องมีการเก็บภาษีนี้ มีความเกี่ยวข้องทั้งในเชิงกฎหมาย เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้:

1.  การสนับสนุนงบประมาณรัฐ

  • แหล่งรายได้ของรัฐบาล: ภาษีรถยนต์เป็นรายได้สำคัญของรัฐบาลที่ใช้ในการพัฒนาและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน ทางหลวง และระบบขนส่งสาธารณะ
  • การกระจายงบประมาณ: เงินจากภาษีรถยนต์ถูกนำไปใช้ในโครงการพัฒนาประเทศ เช่น การสร้างและซ่อมแซมถนนในพื้นที่ชนบท การปรับปรุงระบบจราจร และการจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

2. การควบคุมการใช้งานรถยนต์

  • ส่งเสริมการใช้รถที่ปลอดภัย: การเก็บภาษีควบคู่กับการตรวจสภาพรถยนต์ (ในกรณีรถอายุเกินกำหนด) ช่วยให้มั่นใจว่ารถที่ใช้งานอยู่มีความปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการขับขี่
  • จำกัดรถยนต์เก่า: การเก็บภาษีตามประเภท ขนาดเครื่องยนต์ และอายุของรถยนต์ ช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้รถเปลี่ยนไปใช้รถที่ใหม่และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

3. การรักษาสิ่งแวดล้อม

  • ลดมลพิษทางอากาศ: ภาษีรถยนต์ช่วยส่งเสริมการใช้รถยนต์ที่มีมาตรฐานมลพิษต่ำ (เช่น รถยนต์ไฟฟ้าหรือไฮบริด) โดยการกำหนดอัตราภาษีที่แตกต่างกันตามประเภทของรถยนต์
  • ควบคุมปริมาณรถยนต์บนท้องถนน: การเก็บภาษีรถยนต์เป็นเครื่องมือหนึ่งในการควบคุมจำนวนรถยนต์ เพื่อลดความแออัดของการจราจรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

4. การบังคับใช้กฎหมายและความเป็นระเบียบ

  • ระบบทะเบียนรถที่มีประสิทธิภาพ: การจดทะเบียนรถยนต์ควบคู่กับการเก็บภาษีช่วยให้รัฐสามารถติดตามรถยนต์ที่ใช้งานบนถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การบังคับใช้กฎหมาย: การบังคับให้เจ้าของรถยนต์ชำระภาษีและต่ออายุทะเบียนรถเป็นประจำ ช่วยป้องกันการใช้งานรถผิดกฎหมาย เช่น รถที่ไม่ได้ตรวจสภาพหรือรถที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทางกฎหมาย

5. การกระจายความรับผิดชอบในสังคม\

  • ผู้ใช้รถต้องรับผิดชอบต่อการใช้งานถนน: รถยนต์ก่อให้เกิดการสึกหรอของถนนและมลพิษ รัฐบาลจึงกำหนดให้เจ้าของรถยนต์มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการใช้งานรถ
  • ลดภาระต่อประชาชนทั่วไป: การเก็บภาษีจากผู้ใช้รถยนต์โดยตรงช่วยลดภาระด้านงบประมาณจากประชาชนกลุ่มอื่นที่ไม่ได้ใช้รถ

6. กระตุ้นเศรษฐกิจ

  • สนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์: การกำหนดภาษีรถยนต์ที่เหมาะสมช่วยส่งเสริมการซื้อขายรถยนต์ในประเทศและการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า
  • สร้างงานและบริการ: การเก็บภาษีรถยนต์มีผลต่อการสร้างงานในหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานขนส่ง สถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) และบริษัทประกันภัย

7. ความสอดคล้องกับระบบประกันภัย

  • คุ้มครองผู้ใช้ถนน: การเก็บภาษีรถยนต์ควบคู่กับการต่อประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ช่วยให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ผู้ประสบเหตุจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
  • สร้างระบบที่ปลอดภัยและยั่งยืน: การรวมการต่อภาษีและประกันภัยเข้าด้วยกันช่วยให้ระบบขนส่งมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

 

ทำไมต้องต่อภาษีรถยนต์ไม่ต่อได้มั้ยรถจะใช้งานได้หรือป่าว

การต่อภาษีรถยนต์เป็นข้อบังคับตามกฎหมายในประเทศไทย หากไม่ต่อภาษีรถยนต์ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานะการใช้งานของรถยนต์และความปลอดภัยทางกฎหมายของคุณ ดังนี้:

เหตุผลที่ต้องต่อภาษีรถยนต์
1.  ปฏิบัติตามกฎหมาย

  • ตาม พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 รถทุกคันที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกต้องชำระภาษีรถยนต์เป็นประจำทุกปี
  • หากไม่ต่อภาษี จะถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และคุณอาจถูกปรับหากมีการใช้งานรถบนท้องถนน

2. การใช้งานรถบนถนนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

  • การไม่ต่อภาษีจะส่งผลให้รถของคุณ ไม่สามารถใช้งานบนท้องถนนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • หากตำรวจตรวจพบว่ารถของคุณไม่มีป้ายภาษีที่ถูกต้อง คุณอาจถูก จับปรับ ในฐานะผู้กระทำผิด

3. ทะเบียนรถยนต์เสี่ยงถูกระงับ

  • หากขาดต่อภาษีติดต่อกัน เกิน 3 ปี ทะเบียนรถยนต์ของคุณจะถูกระงับโดยอัตโนมัติ
  • เมื่อทะเบียนถูกระงับ คุณจะไม่สามารถใช้งานรถได้จนกว่าจะยื่นขอคืนทะเบียนใหม่ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายและขั้นตอนที่ยุ่งยาก

4. ความคุ้มครองจากประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.)

  • การต่อภาษีรถยนต์ต้องทำควบคู่กับการต่ออายุ ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
  • หากคุณไม่ต่อภาษี แสดงว่าพ.ร.บ.ของคุณจะหมดอายุไปด้วย ทำให้คุณ ขาดความคุ้มครองทางกฎหมาย
  • หากเกิดอุบัติเหตุ คุณจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดเอง

5. หลีกเลี่ยงค่าปรับและดอกเบี้ย

  • หากคุณไม่ต่อภาษีภายในเวลาที่กำหนด จะมี ค่าปรับเพิ่มขึ้น 1% ต่อเดือน จากจำนวนภาษีที่ต้องจ่าย
  • การขาดต่อภาษีในระยะยาวจะทำให้ค่าปรับสะสมเป็นจำนวนมาก

 

หากไม่ต่อภาษี รถยังใช้งานได้หรือไม่?

1. การใช้งานจริงบนถนน

  • ในทางปฏิบัติ คุณอาจยังขับรถได้ แต่ถือว่าเป็นการใช้งาน ผิดกฎหมาย หากภาษีขาดอายุ
  • หากตำรวจจราจรตรวจพบ คุณอาจถูกเรียกตรวจเอกสาร และถูกปรับข้อหา ไม่ต่อภาษี

2. ความเสี่ยงทางกฎหมาย

  • การขับรถที่ไม่ได้ต่อภาษีถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย คุณอาจถูกปรับ สูงสุดถึง 2,000 บาท
  • หากเกิดอุบัติเหตุ รถของคุณจะไม่อยู่ในความคุ้มครองของพ.ร.บ. และอาจมีปัญหาด้านการเคลมประกันภัย

3. ทะเบียนถูกระงับ (กรณีขาดต่อ 3 ปีขึ้นไป)

  • รถยนต์ที่ทะเบียนถูกระงับจะ ไม่สามารถใช้งานได้เลย จนกว่าจะยื่นขอคืนทะเบียนใหม่
  • หากถูกจับขณะใช้รถที่ทะเบียนถูกระงับ จะมีความผิดทางกฎหมายร้ายแรงกว่าเดิม


ทำไมต้องต่อภาษีรถยนต์ทุกปี?

1.  ความปลอดภัยและความเป็นระเบียบ

  • การต่อภาษีช่วยให้มั่นใจว่ารถยนต์ได้รับการตรวจสภาพอย่างเหมาะสม (ในกรณีรถเก่าที่อายุเกิน 7 ปี)
  • ช่วยลดปัญหารถยนต์ที่มีสภาพไม่สมบูรณ์บนท้องถนน 

2. สนับสนุนการบำรุงรักษาถนนและโครงสร้างพื้นฐาน

  • เงินภาษีรถยนต์ถูกนำไปใช้ในการพัฒนาและซ่อมแซมถนน สะพาน และระบบขนส่งสาธารณะ

3. ป้องกันปัญหาทางกฎหมาย

  • การต่อภาษีช่วยให้คุณมั่นใจว่ารถยนต์ของคุณ ถูกต้องตามกฎหมาย และลดความเสี่ยงจากการถูกจับปรับ

สรุป

การไม่ต่อภาษีรถยนต์ส่งผลให้การใช้งานรถยนต์เป็นเรื่องผิดกฎหมาย และมีความเสี่ยงต่อปัญหาด้านกฎหมาย ค่าปรับ และการขาดความคุ้มครอง หากคุณยังคงใช้รถโดยไม่ต่อภาษี รถจะ ใช้งานได้ในทางเทคนิค แต่จะทำให้คุณเผชิญปัญหามากมาย ดังนั้น การต่อภาษีรถยนต์เป็นสิ่งที่จำเป็นและควรทำตามกำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต
 

 

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่                      
โทรหาคูนย์บริการลูกค้า ธีร์ ทำดีแคร์  096-192-9698

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้