เคล็ดลับแก้เมารถทันใจ เดินทางไกลก็สบายหายห่วง!

187 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เคล็ดลับแก้เมารถทันใจ เดินทางไกลก็สบายหายห่วง!

      เมารถเป็นปัญหากวนใจที่หลายคนต้องเจอระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะเมื่อต้องนั่งรถนานหรือผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยว สาเหตุเกิดจากสมองรับสัญญาณการเคลื่อนไหวจากร่างกาย แต่ดันไม่ตรงกับสิ่งที่ตาเห็น ส่งผลให้ระบบการทรงตัวสับสน จนเกิดอาการเวียนหัว คลื่นไส้ และอาเจียนตามมา

 

 

อาการเมารถ เกิดจากอะไร

      อาการเมารถเกิดจาก ความไม่สอดคล้องกันของการรับรู้การเคลื่อนไหว ระหว่าง หูชั้นใน (ระบบการทรงตัว), ดวงตา และส่วนรับรู้ของร่างกาย ส่งผลให้สมองเกิดความสับสนและกระตุ้นให้เกิดอาการต่างๆ เช่น คลื่นไส้ เวียนหัว และอาเจียน

 

สาเหตุหลักของอาการเมารถ

  1. ความขัดแย้งของประสาทสัมผัส – เมื่อร่างกายรับรู้ว่ากำลังเคลื่อนที่ (จากหูชั้นใน) แต่ดวงตากลับมองเห็นว่ายังอยู่กับที่ (เช่น นั่งในรถและจ้องโทรศัพท์) สมองจะสับสนและส่งผลให้เกิดอาการเมา
  2. ระบบการทรงตัวไวต่อการเปลี่ยนแปลง – บางคนมีหูชั้นในที่ไวต่อการเคลื่อนไหว ทำให้รับรู้แรงสั่นสะเทือนหรือการเลี้ยวของรถมากกว่าปกติ
  3. การเดินทางผ่านเส้นทางคดเคี้ยว – เมื่อรถเลี้ยวหรือขึ้นลงทางลาดชัน ร่างกายต้องปรับสมดุลตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการเมาได้ง่าย
  4. กลิ่นหรือสภาพแวดล้อมในรถ – กลิ่นน้ำหอมรถยนต์ ควันบุหรี่ หรืออากาศที่อับชื้น อาจกระตุ้นให้เกิดอาการเมาเร็วขึ้น
  5. ความเครียดและความวิตกกังวล – บางคนที่กังวลเรื่องการเดินทาง อาจทำให้สมองตื่นตัวและส่งผลให้เมารถง่ายขึ้น

 

 

วิธีแก้อาการเมารถแบบเร่งด่วน เมื่อเดินทางไกล

หากคุณเริ่มรู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ หรือเมารถระหว่างเดินทาง ลองใช้วิธีเหล่านี้เพื่อบรรเทาอาการอย่างรวดเร็ว

1. เปลี่ยนตำแหน่งการนั่ง

  • เลือก ที่นั่งด้านหน้า ของรถ หรือถ้าเป็นรถบัสให้นั่งแถวหน้าเพื่อลดแรงเหวี่ยง
  • หากเดินทางโดยเรือหรือเครื่องบิน ควรเลือกที่นั่งกลางเพราะเป็นจุดที่มีการสั่นสะเทือนน้อย

 

2. มองไปที่จุดไกลๆ นอกหน้าต่าง

  • จ้องไปที่ขอบฟ้าหรือวัตถุที่ไม่เคลื่อนไหว เช่น ต้นไม้ใหญ่หรือภูเขา เพื่อให้สมองปรับสมดุล

 

3. หายใจลึกๆ และรับอากาศบริสุทธิ์

  • เปิดหน้าต่างรับลม หรือหยุดพักลงจากรถสักครู่เพื่อสูดอากาศสดชื่น
  • หลีกเลี่ยงกลิ่นที่กระตุ้นอาการ เช่น น้ำหอมรถยนต์ หรือควันบุหรี่

 

 

4. ใช้ยาดมหรือน้ำมันหอมระเหยช่วยบรรเทาอาการ

  • สูดดมยาดม หรือใช้น้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่นหอมสดชื่น
  • ใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นเปปเปอร์มินต์ทาที่ขมับหรือต้นคอ

 

 

5. กดจุดแก้เมารถ

  • ใช้นิ้วกดบริเวณ ข้อมือด้านใน (จุด P6 หรือ Nei Guan) เป็นเวลาประมาณ 30 วินาที จะช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้

 

6. หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์หรืออ่านหนังสือ

  • การจ้องหน้าจอหรืออ่านหนังสือในขณะรถเคลื่อนที่ อาจทำให้อาการเมารถแย่ลง

 

 

7. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

  • ค่อยๆ จิบน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาจทำให้เวียนหัวมากขึ้น

 

วิธีป้องกันอาการเมารถในระยะยาว สำหรับคนเดินทางบ่อย

      หากคุณต้องเดินทางบ่อยและมีปัญหาเมารถเป็นประจำ ลองใช้เทคนิคเหล่านี้เพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัวและลดอาการเมารถในระยะยาว

1. ฝึกระบบการทรงตัวให้แข็งแรง

  • ออกกำลังกายที่ช่วยพัฒนาระบบทรงตัว เช่น โยคะ ไทชิ หรือการทรงตัวบนบอร์ดบาลานซ์
  • ฝึก การเดินบนพื้นต่างระดับ หรือ การหมุนตัวช้าๆ เพื่อให้ร่างกายคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนไหว

 


2. ค่อยๆ ฝึกให้ร่างกายคุ้นชินกับการเดินทาง

  • เริ่มจาก การเดินทางระยะสั้น และค่อยๆ เพิ่มระยะทาง เพื่อให้สมองและระบบการทรงตัวปรับตัวได้ดีขึ้น
  • ลอง นั่งรถไฟฟ้า รถบัส หรือเรือ เป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายเรียนรู้การรักษาสมดุล


3. ปรับพฤติกรรมระหว่างเดินทาง

- เลือกที่นั่งที่ลดอาการเมา

  • ในรถยนต์ → นั่งเบาะหน้า และมองไปข้างหน้าเสมอ
  • บนเครื่องบิน → เลือกที่นั่งใกล้ปีกเครื่องบินเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน
  • บนเรือ → อยู่กลางลำเรือ ใกล้ระดับน้ำมากที่สุด

- มองออกไปไกลๆ แทนการจ้องโทรศัพท์หรืออ่านหนังสือ

  • หลีกเลี่ยงการจ้องสิ่งที่เคลื่อนที่เร็ว เช่น วิดีโอ หรือหนังสือ

- ควบคุมลมหายใจและผ่อนคลาย

  • หายใจลึกๆ และเป็นจังหวะ จะช่วยลดอาการเวียนหัว


4. ปรับอาหารและพฤติกรรมก่อนเดินทาง

  • หลีกเลี่ยงอาหารมันๆ หรือเผ็ดจัด ก่อนเดินทาง เพราะอาจทำให้รู้สึกคลื่นไส้มากขึ้น
  • งดดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน เพราะอาจกระตุ้นอาการเวียนหัว
  • รับประทานขิง หรือดื่มน้ำขิง เป็นประจำ ช่วยลดอาการเมารถได้


5. ใช้เทคนิคเสริมเพื่อป้องกันอาการเมารถ

  • กดจุดที่ข้อมือ (P6 – Nei Guan) เป็นประจำ เพื่อช่วยให้ร่างกายคุ้นชิน
  • พกสายรัดข้อมือป้องกันเมารถ (Acupressure wristbands) ที่ช่วยลดอาการเมาได้
  • ฝึกการเคลื่อนไหวสายตา เช่น มองสิ่งของที่เคลื่อนที่เป็นจังหวะ เพื่อให้สมองรับมือกับการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

 



6. ใช้ยาและอาหารเสริมช่วย

  • สำหรับคนที่เมารถง่ายมาก อาจต้องใช้ ยาแก้เมารถ เช่น Dimenhydrinate (Dramamine) หรือ Meclizine ก่อนเดินทาง
  • อาหารเสริมบางชนิด เช่น วิตามินบี 6 หรือขิงสกัด สามารถช่วยลดอาการเมารถในระยะยาวได้

 


7. ปรึกษาแพทย์หากอาการรุนแรง

      หากลองทุกวิธีแล้วยังมีอาการเมารถหนัก หรือส่งผลกระทบต่อการเดินทาง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีรักษาที่เหมาะสม เช่น การฝึกเวียนศีรษะ (Vestibular Rehabilitation Therapy - VRT)

 

      อาการเมารถเป็นปัญหาที่หลายคนต้องเจอระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่การเดินทางเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ต้องกังวล! เคล็ดลับที่พี่หมีแชร์ไปข้างต้น จะช่วยให้เพื่อนๆ รับมือกับอาการเมารถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองนำไปใช้ในทริปครั้งหน้า แล้วการเดินทางของคุณจะสบายขึ้นแบบไม่ต้องกลัวเวียนหัวอีกต่อไป!

 

      เลือกซื้อประกันทั้งที เลือกองค์กรที่เน้นบริการหลังการขาย ต้องที่ ธีร์ ทำดีแคร์ แคร์คุณ เข้าใจคุณ ทุกช่วงของชีวิต
องค์กรของเราได้รับรางวัล 3 ปี 3 รางวัลระดับประเทศ เน้นบริการหลังการขาย อันดับ 1 ในออนไลน์ มีโปรแบ่งชำระ 3-10 งวด กับบริษัทที่ร่วมรายการกว่า 20 บริษัท ดูแลลูกค้ามากว่า 20,000 ฉบับทั่วไทย เน้นบริการ ซื่อสัตย์ ใส่ใจคุณ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทรหาศูนย์บริการลูกค้า ธีร์ ทำดีแคร์  096-192-9698

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้