การดูแลรถในฤดูฝนเป็นเรื่องสำคัญเพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ในสภาพอากาศที่เปียกชื้นและมีฝนตกบ่อยครั้ง การดูแลรถในฤดูฝนมีดังนี้
1. ตรวจสอบยางรถยนต์- ยางรถยนต์ควรมีดอกยางลึก : เมื่อฝนตก ดอกยางที่ลึกจะช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน และลดการเสี่ยงต่อการลื่นไถลที่เกิดจากน้ำขังบนถนน
- ตรวจสอบสภาพยาง : ตรวจสอบสภาพยางไม่ให้มีการสึกหรอหรือรั่วซึม หากยางสึกจนเกินไป ควรเปลี่ยนยางใหม่
- การตั้งแรงดันยาง : ควรตรวจสอบแรงดันยางทุกเดือน และตรวจสอบหลังจากขับขี่ในที่ที่มีน้ำขังหรือฝนตก
2. ตรวจสอบที่ปัดน้ำฝน (Wipers)- ตรวจสอบใบปัดน้ำฝน : หมั่นตรวจสอบใบปัดน้ำฝนว่าใช้งานได้ดีหรือไม่ ถ้าใบปัดน้ำฝนมีรอยขูดขีดหรือไม่สามารถปัดน้ำได้หมด ควรเปลี่ยนใบปัดใหม่
- เติมน้ำกลั่นในถังน้ำปัดฝน : เติมน้ำกลั่นหรือผสมน้ำยาล้างกระจกรถให้เต็มถัง เพื่อป้องกันน้ำฝนที่ตกลงมาไม่ให้เกาะบนกระจกจนมองไม่เห็น
3. ตรวจสอบระบบเบรก- เบรกต้องพร้อมใช้งาน : ระบบเบรกเป็นสิ่งสำคัญในฤดูฝน เมื่อถนนลื่น ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเบรกทำงานได้ดี ไม่มีเสียงผิดปกติ และระบบเบรกไม่เสียหาย
- ตรวจสอบน้ำมันเบรก : ตรวจสอบระดับน้ำมันเบรกและเปลี่ยนถ้าจำเป็น

4. ตรวจสอบระบบไฟหน้า-ไฟท้าย
- ไฟหน้าและไฟท้าย : ควรตรวจสอบไฟหน้าและไฟท้ายให้ทำงานได้ดีเพราะในฤดูฝนมีความจำเป็นที่รถจะต้องมองเห็นและให้คนอื่นเห็นรถของเราได้อย่างชัดเจนในระยะไกล
- ไฟฉุกเฉิน : ตรวจสอบการทำงานของไฟฉุกเฉิน (ไฟกะพริบ) ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือขัดข้องในระหว่างการเดินทาง
5. การป้องกันการกัดกร่อนจากน้ำฝน- ล้างรถอย่างสม่ำเสมอ : ฝนในฤดูฝนอาจมีสารเคมีหรือสิ่งสกปรกที่อาจทำให้เกิดการกัดกร่อนที่ตัวถังรถยนต์ ควรล้างรถบ่อยๆ โดยเฉพาะที่ใต้ท้องรถเพื่อขจัดน้ำและโคลน
- เคลือบสีรถยนต์ : การเคลือบสีจะช่วยปกป้องตัวถังรถจากน้ำฝนและสารเคมีต่างๆ
6. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและเครื่องยนต์- ตรวจสอบแบตเตอรี่ : ในฤดูฝน อากาศที่ชื้นอาจทำให้แบตเตอรี่มีการเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่ยังมีพลังงานเพียงพอ
- ตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำในห้องเครื่อง : น้ำฝนอาจรั่วเข้ามาในห้องเครื่องได้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีน้ำรั่วในบริเวณนี้

7. ขับขี่อย่างระมัดระวัง
- ลดความเร็ว : เมื่อฝนตก ความเร็วที่เหมาะสมควรลดลงเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากถนนลื่น
- รักษาระยะห่าง : ควรรักษาระยะห่างจากรถคันข้างหน้าให้มากขึ้น เนื่องจากถนนลื่นจะทำให้ระยะเบรกเพิ่มขึ้น
- ไม่ขับรถผ่านน้ำท่วม : ควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านบริเวณที่น้ำท่วมสูง เพราะอาจเกิดการเครื่องยนต์ดับหรือเกิดความเสียหายกับระบบไฟฟ้าได้
8. การตรวจสอบท่อระบายน้ำ- ตรวจสอบท่อระบายน้ำ : บางครั้งฝนตกหนักอาจทำให้ท่อระบายน้ำของรถอุดตัน ควรตรวจสอบให้ท่อระบายน้ำทำงานได้ดีเพื่อป้องกันน้ำท่วมในห้องเครื่อง
9. เตรียมอุปกรณ์เสริมสำหรับฤดูฝน- มีถุงมือและผ้าเช็ดรถ : ควรเตรียมผ้าไมโครไฟเบอร์เพื่อเช็ดน้ำฝนที่เกาะบนกระจกและตัวถัง
- มีชุดฉุกเฉิน : เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง หรือแม้กระทั่งอาหารแห้งในกรณีที่ต้องเดินทางในสภาพอากาศไม่ดี

10. การป้องกันน้ำท่วมภายในรถ
- เช็คการปิดประตูและหน้าต่าง : ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีช่องทางที่น้ำจะสามารถเข้าไปภายในรถได้
- การใช้พรมรองเท้าที่สามารถกันน้ำได้ : การใช้พรมกันน้ำภายในรถจะช่วยป้องกันน้ำที่จะเข้ามาในเบาะและพื้นรถ
การดูแลรักษารถในฤดูฝนอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ให้ยาวนานขึ้น อย่าลืมอัปเดตข้อมูลและคอยดูแลรถในทุกๆ ด้านที่กล่าวถึง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 
โทรหาศูนย์บริการลูกค้า ธีร์ ทำดีแคร์ 096-192-9698