ยางแตกไม่ต้องตกใจ แจ้งเคลมประกันได้ไหม?

414 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ยางแตกไม่ต้องตกใจ แจ้งเคลมประกันได้ไหม?

      ยางรถยนต์และล้อรถ ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ช่วยให้รถเคลื่อนที่ได้ หากเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์ ยางรถยนต์ก็เปรียบเสมือนขาที่พาเราไปถึงจุดหมาย อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น ยางแตกหรือยางระเบิดขณะขับขี่ ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่มีใครอยากเจอเลย แล้วสาเหตุที่ทำให้ยางแตกคืออะไร? และในกรณีนี้ เราสามารถแจ้งเคลมประกันได้หรือไม่? มาหาคำตอบกันในบทความนี้

 

 

ยางแตก แจ้งเคลมได้ไหม?

      หากรถของคุณมีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 การเคลมกรณียางรถยนต์เสียหายสามารถทำได้ แต่จะครอบคลุมเฉพาะกรณีที่ยางแตกหรือระเบิดจากอุบัติเหตุเท่านั้น ตัวอย่างเช่น หากขับรถตกหลุมจนทำให้ยางแตก และตัวยางไม่ได้อยู่ในสภาพเสื่อม บริษัทประกันจะรับผิดชอบค่าเสียหายเพียง 50% ของราคายาง เนื่องจากมีการพิจารณาค่าเสื่อมสภาพ ซึ่งยางรถยนต์ถือเป็นชิ้นส่วนที่เสื่อมได้ตามการใช้งาน หากคุณเพิ่งเปลี่ยนยางหรือเพิ่งออกรถใหม่ แนะนำให้นำหลักฐานการเปลี่ยนยางมาประกอบการเคลมเพื่อความถูกต้อง


      ในทางกลับกัน หากยางระเบิดเองขณะขับขี่ หรือรั่วจากการเหยียบตะปูโดยไม่มีอุบัติเหตุร่วม กรณีนี้จะไม่สามารถเคลมประกันได้ เพราะประกันภัยไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของยาง อย่างไรก็ตาม ตัวประกันจะยังคุ้มครองส่วนอื่นของตัวรถยนต์ในกรณีที่เกิดความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว

 

 

ยางแตกมาจากสาเหตุใดได้บ้าง

สาเหตุที่ทำให้รถยางแตกมีหลากหลายปัจจัย ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้:

1. แรงกระแทกจากอุบัติเหตุ

  • การขับรถตกหลุมลึก หรือชนสิ่งกีดขวาง เช่น ขอบถนน ก้อนหิน ทำให้เกิดแรงกระแทกจนโครงสร้างยางเสียหาย


2. การเติมลมยางไม่เหมาะสม

  • ลมยางแข็งเกินไป ทำให้ยางตึงและแตกง่ายเมื่อเจอแรงกระแทก
  • ลมยางอ่อนเกินไป ทำให้โครงสร้างยางยุบตัวและเสี่ยงต่อการฉีกขาด


3. ยางเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน

  • ยางที่ใช้งานมานานจะมีความแข็ง กระด้าง หรือแตกลายงา ซึ่งลดความสามารถในการรับแรงกระแทกและแรงดัน


4. การบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด

  • น้ำหนักที่มากเกินไปจะเพิ่มแรงกดดันต่อยาง ทำให้ยางมีโอกาสระเบิดหรือเสียหายมากขึ้น


5. สภาพถนนที่ไม่ดี

  • ถนนที่มีหลุมบ่อ หรือมีเศษวัสดุ เช่น ตะปู เศษแก้ว ทำให้ยางเสี่ยงต่อการรั่วหรือแตก


6. การใช้งานยางผิดประเภท

  • ใช้ยางที่ไม่เหมาะสมกับสภาพถนน เช่น ยางสำหรับถนนเรียบไปใช้บนถนนขรุขระ


7. ปัญหาจากล้อรถหรือระบบช่วงล่าง

  • ล้อคด ล้อบิดเบี้ยว หรือระบบช่วงล่างผิดปกติ อาจทำให้แรงกระจายไม่เท่ากัน ส่งผลต่อการสึกหรอของยางและเพิ่มความเสี่ยงในการแตก


8. สภาพอากาศและอุณหภูมิสูง

  • ความร้อนสะสมขณะขับขี่ โดยเฉพาะในฤดูร้อน อาจทำให้แรงดันลมยางเพิ่มขึ้นจนยางระเบิด


9. การขับขี่ด้วยความเร็วสูง

  • ความเร็วที่มากเกินไปจะเพิ่มแรงเสียดทานและความร้อน ทำให้ยางเสี่ยงต่อการระเบิดมากขึ้น


ข้อแนะนำ : การตรวจสอบและดูแลรักษายางอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยลดโอกาสการเกิดยางแตกได้ รวมถึงการขับขี่อย่างระมัดระวังและการเลือกใช้ยางให้เหมาะสมกับการใช้งาน

 

อ่านเพิ่มเติม : 4 ขั้นตอนง่าย ๆ ในการดูแลยางรถยนต์อย่างมืออาชีพ

 

      ยางรถยนต์ถือเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่ หากเกิดกรณียางแตกหรือยางระเบิด อาจนำไปสู่อุบัติเหตุที่ร้ายแรงได้ ดังนั้น ก่อนการใช้งานทุกครั้ง ควรหมั่นตรวจสอบสภาพยางอย่างละเอียด หากพบว่ายางเริ่มเสื่อมสภาพหรือหมดอายุการใช้งาน อย่าฝืนใช้งานต่อ ควรรีบเปลี่ยนยางใหม่ทันทีเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน และเพื่อความอุ่นใจยิ่งขึ้น เลือกประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่พร้อมดูแลครอบคลุมทุกความเสี่ยง ให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกการเดินทาง

 

เลือกซื้อประกันทั้งที เลือกองค์กรที่เน้นบริการหลังการขาย ต้องที่ ธีร์ ทำดีแคร์ แคร์คุณ เข้าใจคุณ ทุกช่วงของชีวิต
องค์กรของเราได้รับรางวัล 3 ปี 3 รางวัลระดับประเทศ เน้นบริการหลังการขาย อันดับ 1 ในออนไลน์ มีโปรแบ่งชำระ 3-10 งวด กับบริษัทที่ร่วมรายการกว่า 20 บริษัท ดูแลลูกค้ามากว่า 20,000 ฉบับทั่วไทย เน้นบริการ ซื่อสัตย์ ใส่ใจคุณ

 

อัปเดตข่าวสารล่าสุด และความรู้เกี่ยวกับประกันรถยนต์ ได้ที่ thumdeecorporation.com

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทรหาศูนย์บริการลูกค้า ธีร์ ทำดีแคร์  096-192-9698

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้