951 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อเราทำประกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันรถยนต์ เรามักคาดหวังว่าในยามที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เราจะได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ที่เราเลือกซื้อไว้ แต่รู้หรือไม่ว่า มีพฤติกรรมหรือสถานการณ์บางอย่างที่อาจทำให้บริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ หากผู้ถือกรมธรรม์ละเมิดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ดังนั้นเพื่อป้องกันการเสียสิทธิ์ในการคุ้มครอง มาดูกันว่า "5 สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด" คืออะไรบ้าง
1. เมาแล้วขับ เสี่ยงทั้งชีวิตและสิทธิ์ประกันภัย
การเมาแล้วขับไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎหมายจราจรที่อาจนำไปสู่บทลงโทษร้ายแรง แต่ยังทำให้คุณเสียสิทธิ์ความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัยโดยตรง หากตรวจพบว่ามีแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ นอกจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น คุณอาจต้องแบกรับค่าเสียหายทั้งหมดด้วยตัวเอง นี่คือความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่าเลย
2. ลากจูงโดยไม่ระวัง อาจพังทั้งรถและสิทธิ์ประกัน
การนำรถส่วนตัวไปใช้ลากจูงรถคันอื่น อาจดูเหมือนเป็นเรื่องช่วยเหลือเล็กน้อย แต่ในมุมของบริษัทประกันภัย นี่ถือเป็นการใช้งานผิดประเภท หากเกิดความเสียหายขึ้น รถของคุณจะไม่ได้รับการคุ้มครองใด ๆ เว้นเสียแต่ว่าคุณใช้รถที่ออกแบบและทำประกันเพื่อการลากจูงโดยเฉพาะ อย่าให้ความหวังดีเปลี่ยนเป็นความเสียหายที่ต้องจ่ายเอง
3. ใช้รถผิดกฎหมาย เสี่ยงเสียทั้งทรัพย์และสิทธิ์ประกัน
หากคุณนำรถยนต์ไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการขนของผิดกฎหมาย หรือใช้เป็นพาหนะในการกระทำความผิด เช่น การปล้นทรัพย์ แล้วเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายขึ้นมา คุณจะไม่ได้รับการคุ้มครองใด ๆ จากบริษัทประกันภัย นอกจากต้องรับผิดชอบความเสียหายเอง ยังเสี่ยงต่อบทลงโทษทางกฎหมายอีกด้วย อย่าเปลี่ยนพาหนะคู่ใจให้กลายเป็นเครื่องมือผิดกฎหมายเด็ดขาด
4. ไม่มีใบขับขี่ เสียสิทธิ์ประกัน แม้แค่หนึ่งครั้ง
การขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ไม่เคยมีใบขับขี่มาก่อน หรือเคยมีแต่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ตามกฎหมาย หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา คุณจะไม่ได้รับการคุ้มครองใด ๆ จากบริษัทประกันภัย แต่สำหรับผู้ที่มีใบขับขี่อยู่แล้วแต่ลืมพกติดตัว ใบขับขี่หมดอายุ หรือใบขับขี่หาย คุณยังคงได้รับการคุ้มครองตามปกติ แต่ต้องเตรียมรับโทษปรับจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ การพกใบขับขี่ติดตัวเสมอไม่เพียงช่วยให้คุณปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังช่วยรักษาสิทธิ์ความคุ้มครองของคุณได้เต็มที่
5. ใช้รถผิดประเภท เสี่ยงเสียสิทธิ์ประกันเต็มๆ
การนำรถไปใช้งานผิดวัตถุประสงค์จากที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ อาจทำให้คุณสูญเสียสิทธิ์ความคุ้มครองทันที เช่น รถที่จดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล แต่กลับนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นการขนของหรือรับส่งผู้โดยสาร หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา บริษัทประกันภัยจะปฏิเสธความคุ้มครอง และคุณจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดด้วยตัวเอง
ลองจินตนาการดู หากคุณต้องจ่ายค่าซ่อมรถเป็นจำนวนเงินมหาศาลเพียงเพราะละเมิดเงื่อนไขประกันภัย มันคงไม่ใช่เรื่องที่ใครอยากเผชิญ! ดังนั้น ก่อนใช้งานรถ อย่าลืมตรวจสอบวัตถุประสงค์ของการใช้งานที่ตรงตามกรมธรรม์ เพื่อให้การขับขี่ของคุณปลอดภัย และไร้กังวลในทุกสถานการณ์
การขับขี่อย่างมีมารยาทและปฏิบัติตามกฎหมายจราจร ไม่เพียงช่วยลดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยให้คุณได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยอย่างเต็มที่ และหากคุณยังไม่ได้ทำประกันภัยรถยนต์ การมีกรมธรรม์ติดตัวไว้จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจทั้งต่อคุณและผู้ใช้ถนนคนอื่น ๆ ขับรถปลอดภัย คุ้มครองครบ คือสิ่งที่ดีที่สุด
สรุป
การทำประกันเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นคงและความอุ่นใจ แต่เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการคุ้มครอง ผู้เอาประกันภัยควรอ่านและทำความเข้าใจเงื่อนไขในกรมธรรม์อย่างละเอียด รวมถึงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้เสียสิทธิ์ในการคุ้มครอง การรักษาความซื่อสัตย์และการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ บริษัทประกันจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : 6 เรื่องต้องรู้ ประกันรถยนต์ ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทรหาศูนย์บริการลูกค้า ธีร์ ทำดีแคร์ 096-192-9698